FILLER

เติมเต็มร่องริ้วรอยลึก ยกกระชับผิว เสริมโหงวเฮ้งปรับรูปหน้า ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม สวยเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย  

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ในแบบฉบับที่ดาราและเซเลปนิยมทำกันมากที่สุด เพื่อช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยลึก รอยหลุมสิวหรือจะการฉีดฟิลเลอร์นี้ด้วยเทคนิควิธีการใหม่ ๆ เพื่อช่วยเสริมสร้างความเต่งตึงและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หรือเพื่อปรับรูปหน้าที่ไม่สมส่วนให้สวยงาม เช่น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา, ฉีดเสริมสันจมูก, เสริมคาง, เติมเต็มขมับตอบ, เติมโหนกแก้ม, เติมแก้มตอบ, เติมร่องแก้มลึก, เติมร่องมุมปาก, เติมริมฝีปากอวบอิ่ม จึงช่วยให้รูปหน้าสวยมีมิติมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม เห็นผลทันที ช่วยย้อนอายุผิวให้ดูอ่อนเยาว์และเนรมิตใบหน้าให้สวยดูดี คงความงามได้ยาวนานขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ                                                 
 

ขั้นตอนรักษาอย่างไร


1. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสภาพผิวและวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าก่อนทำการรักษา

2. ทำความสะอาดผิวหน้าและทายาชาชนิดครีมบริเวณที่ต้องการฉีดรักษาก่อนประมาณ 45 นาที

3. แพทย์จะฉีดปริมาณแต่ละจุดตามที่ได้ตรวจวิเคราะห์ที่ใบหน้าและออกแบบไว้ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา
 

ฟิลเลอร์ (FILLER) คืออะไร


การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) นั้นมีหลายชนิดและหลายยี่ห้อ โดยอาจแบ่งตามความคงทนในผิว ซึ่งสารกลุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือสารชในกลุ่มไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid, HA) HA เป็นโครงสร้างหนึ่งที่อยู่ในผิวหนังชั้นเดอร์มิส (Dermis) หรือชั้นหนังแท้ ซึ่งมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดี จึงช่วยให้ผิวอิ่มเอิบ แต่เมื่ออายุมากขึ้น HA รวมทั้งโครงสร้างอื่นของผิวหนัง เช่น คอลลาเจนและอีลาสตินก็จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ ทำให้ผิวไม่อิ่มเอิบ มีร่องลึกตามส่วนต่าง ๆ ของใบหน้า  วงการแพทย์จึงมีการสังเคราะห์สารสกัดจากธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของกรดไฮยาลูโรนิค แอซิด ใกล้เคียงกับที่ร่างกายมนุษย์สร้างได้เอง  เมื่อฉีดจะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดเต็มตื้นขึ้น ช่วยในการกักเก็บน้ำของชั้นใต้ผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึงขึ้น ผิวยกกระชับเรียบเนียนปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่น ร่องริ้วรอยลึกเลือนหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายเพราะจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงและได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
 

ฟิลเลอร์ รักษาอะไร?


1. ช่วยเติมร่องรอยแผลเป็นและหลุมสิว

2. ฉีดแก้ไขปรับรูปหน้าให้สมส่วน รวมทั้งเติมร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น ร่องใต้ตา, ร่องใต้จมูก, ร่องแก้ม, ร่องมุมปาก, เติมขมับตอบ, เติมแก้มตอบ, เสริมโหนกแก้ม, เติมริมฝีปากอวบอิ่ม, เติมหยดน้ำปลายจมูกและเสริมจมูกโด่งเป็นสันสวยงามดูเป็นธรรมชาติ

3. เสริมคาง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหน้ากลมให้ดูเรียวยาวขึ้น เป็นที่นิยมมาก
 

ระยะเวลาในการรักษา


ทายาชาก่อนรักษา 45 นาที และแพทย์จะใช้เวลาในการรักษาเพียง 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา  และอาจต้องมาพบแพทย์ตามกำหนดนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษา
 

ผู้ที่ไม่เหมาะจะทำการรักษา


1. คนที่มีปฎิกิริยาแพ้ต่อสาร Hyaluronic acid

2. ผู้ที่กำลังรับการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด

3. ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา

4. หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

5. ผู้ที่มีประวัติการเกิดแผลเป็นนูนคีลอยด์ได้ง่าย

6. ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ควบคู่กับการทำเลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผลหรือการลอกผิวหน้าในบริเวณที่ฉีด

7. ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ควบคู่กับบริเวณที่ทำศัลยกรรม

8. ผู้ที่ผิวหนังมีการอักเสบ หรือมีการติดเชื้อ
 

ผู้ที่เหมาะจะทำการรักษา


1. ผู้ที่มีรอยแผลเป็นหลุมสิว

2. ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องใต้ตา, ร่องใต้จมูก, ร่องแก้ม, ร่องมุมปาก

3. ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้สวยเป็นธรรมชาติ มีมิติ เสริมโหงวเฮ้ง เช่น เติมขมับตอบ, เติมแก้มตอบ, เสริมโหนกแก้ม, เติมริมฝีปากอวบอิ่ม, เติมหยดน้ำปลายจมูกและเสริมจมูกให้โด่งเป็นสันสวยงามดูเป็นธรรมชาติ

4. เสริมคางในผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยเป็นวีเชฟ (V Shape)

5. ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยทั่วใบหน้า หรือยกกระชับผิวบริเวณหลังมือให้สวยงาม

6. เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรมต้องการความสวยงามเป็นธรรมชาติ
 

ความรู้สึกขณะทำการรักษา


ในขณะที่แพทย์ทำการรักษาคนไข้จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยหรืออาจรู้สึกปวดหนึบ ๆ ใต้ผิวเพียงเล็กน้อย ซึ่งความรู้สึกนี้จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หลังการรักษาในบางรายอาจมีรอยเข็มเป็นจุดเล็ก ๆ ในบางจุดและจะค่อย ๆ จางหายไปเองภายใน 1 ชั่วโมง     
 

ข้อแนะนำก่อนรักษา


1. ก่อนการรักษา24 ชั่วโมงควรงดแอลกอฮอล์

2. ก่อนการฉีด1 สัปดาห์ ให้หยุดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Brufen, Voltaren และยาที่มีผลต่อการหยุดของเลือด เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา พริมโรสออยล์ แปะก๊วย เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ

3. หากเคยมีประวัติอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า ควรแจ้งให้แพทย์ทราบโดยละเอียด

4. แจ้งผลการรักษาที่ต้องการให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

5. ตรวจสอบยาที่ใช้ว่าเป็นแบรนด์ที่เชื่อถือได้และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) อย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงสารเติมริ้วรอยในกลุ่มซิลิโคนเหลวซึ่งเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มาก หลีกเลี่ยงกลุ่มคอลลาเจนจากสัตว์ซึ่งมีโอกาสแพ้ได้มาก
 

ข้อแนะนำหลังการรักษา


1. หากมีการเขียวช้ำจากการฉีด อาจใช้น้ำแข็งประคบ หรือทาครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเค เพื่อลดอาการช้ำ

2. สามารถแต่งหน้าหรือทารองพื้นได้ตามปกติ

3. งดเว้นการทำหัตถการเลเซอร์ คลื่นวิทยุ หรือการใช้ความร้อนต่าง ๆ บนใบหน้า รวมทั้งการนวดหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์

4. อาจคลำเจอก้อนใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก ซึ่งจะหายไปเองใน 2 สัปดาห์ การนวดเบา ๆ บริเวณก้อนจะช่วยแก้ปัญหาได้

5. พบแพทย์ 1 สัปดาห์หลังการรักษาเพื่อประเมินผล
 

ผลลัพธ์จากการรักษา


ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์คงสภาพอยู่นั้นประมาณ 6-18 เดือน ต่อการฉีด 1 ครั้ง ขึ้นอยู่ชนิดของฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด รวมถึงการปฏิบัติตัวแล้วหลังการฉีด เช่น การดื่มน้ำมาก ๆ หลีกเลี่ยงความร้อนสูง ๆ เช่น ห้องซาวน่า การอาบน้ำอุ่นจัดบ่อย ๆ
 

ฟิลเลอร์ ปลอดภัยหรือไม่?


1. ฟิลเลอร์เป็นกรดไฮยาลูโรนิก แอซิด ไม่ใช่คอลลาเจนที่สังเคราะห์ขึ้นมาจากสัตว์ โอกาสที่จะเกิดการแพ้หรือระคายเคืองจึงมีน้อยมาก

2. ฟิลเลอร์เป็นที่ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกมากกว่าสารกลุ่มอื่น ๆ เพราะผ่านมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในระดับสากลจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เช่น ฝรั่งเศส สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ แคนนาดาและไทย ในการใช้เพื่อเสริมความงาม

3. หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และมีเทคนิคการป้องกันที่ดี  มีระบบการดูแลและติดตามผลคนไข้หลังการฉีดอย่างใกล้ชิด จึงมีความปลอดภัยสูง

4. ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงเวชภัณฑ์ที่เป็นของปลอมหรือของลอกเลียนแบบ ก็จะทำให้มีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียงกับผิวได้

5. ใช้ระยะเวลาไม่นาน ไม่มีรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น หลังรับการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

6. ควรรักษาร่วมกับนวัตกรรมการแพทย์อื่น ๆ โดยคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 

formregister