FACIAL DESIGN PROGRAM 

ใบหน้าสวยงามได้สัดส่วนและดูดีขึ้นในทุกมิติด้วยการผสมผสานเทคนิคศาสตร์ความงามทางการแพทย์และศาสตร์แห่งศิลป์เข้าด้วยกัน

เพื่อแก้ไขปรับแต่งจุดบกพร่อง ออกแบบเฉพาะให้เหมาะสมสำหรับแต่ละคน ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น ใบหน้ายกกระชับได้รูปสมส่วน ผิวเปล่งปลั่ง สดใส แลดูอ่อนวัยขึ้น มีความปลอดภัย ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การฉีดปรับรูปหน้าหลัก ๆ จะใช้ Wrinkless ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับผิวและลดขนาดกล้ามเนื้อกรามเพื่อปรับรูปหน้าให้หน้าเรียวเล็กลง ส่วน Filler ช่วยเติมเต็มผิวที่มีริ้วรอยร่องลึก ยกกระชับผิวที่มีความหย่อนคล้อยให้ตึงกระชับขึ้น หรือฉีดเสริมที่คางเพื่อปรับรูปหน้าให้หน้าเรียวยาวสวยขึ้น และสุดท้าย Baby Fat Clear ช่วยเรื่องการสลายไขมันสะสมส่วนเกินเฉพาะจุด จึงช่วยลดแก้มป่อง ทำให้มีพวงแก้มลดลง ลดไขมันใต้คาง (เหนียงใต้คาง) ทำให้ใบหน้าเรียวเล็ก ได้รูปสมส่วน เห็นกรอบหน้าคมชัด เรียวสวยขึ้น
 

ขั้นตอนรักษาอย่างไร


1. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสภาพผิวและวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าก่อนทำการรักษา

2. ทำความสะอาดผิวหน้าและทายาชาชนิดครีมบริเวณที่ต้องการฉีดรักษาก่อนประมาณ 45 นาที กรณีมีฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย

3. กรณีฉีดโบท็อกซ์ ปกติสามารถฉีดโดยประคบเย็นไม่ต้องใช้ยาชา แต่บางกรณีอาจใช้ยาชาชนิดครีมทาบริเวณที่ต้องการรักษาก่อนประมาณ 45 นาที และแพทย์จะฉีดปริมาณเพียงเล็กน้อยในบริเวณที่ต้องการรักษาด้วยเข็มที่มีขนาดเล็กมาก

4. แพทย์จะฉีดปริมาณแต่ละจุดตามที่ได้ตรวจวิเคราะห์ที่ใบหน้าและออกแบบไว้ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา
 

FACIAL DESIGN PROGRAM คืออะไร


คือโปรแกรมเทคนิคการฉีดปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม ด้วยการผสมผสานศาสตร์ความงามในด้านการแพทย์และศิลปะควบคู่กัน เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในจุดต่างๆ หรือปรับจุดที่ดีอยู่แล้วให้ดูดีมีมิติยิ่งขึ้น  โดยใช้หลากหลายเทคนิควิธีการฉีดและการดีไซน์ ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความพึงพอใจที่ตรงกันของการออกแบบของแพทย์ และความต้องการของผู้รับบริการ โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญที่นอกจากความสวยงามได้สัดส่วน ยังเน้นเรื่องความปลอดภัยและไม่เกิดผลข้างเคียงในระยะยาวด้วย

หลาย ๆ ท่านอาจเคยได้ยินการพูดถึงเรื่องการปรับรูปหน้า หน้าเรียวเป็น “วีเชฟ (V-shape)” ซึ่งกำลังเป็นคำฮิตและนิยมทำกันมาก  การปรับรูปหน้า หน้าเรียวเป็นวีเชฟอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกๆ   คน เพราะแต่ละคนจะมีโครงสร้างใบหน้าที่ต่างกันออกไป ดังนั้นไอคอนนิก คลินิก จึงเน้นการปรับรูปหน้าให้หน้าเรียวสวยสมส่วนเข้ากับรูปหน้า เพื่อให้ดูสวยทั้งหน้าตรง ด้านข้างซ้ายและขวา เน้นให้มีสัดส่วนของรูปหน้าที่สวยขึ้นกว่าเดิมและดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะการปรับรูปหน้า หน้าเรียวเป็น “วีเชฟ” อาจจะไม่ได้ทำให้คุณดูสวยเหมือนกันเสมอไป

ปกติใบหน้าคนเราจะดูดีหรือไม่ ขึ้นกับสัดส่วนของโครงหน้า (คิ้ว ตา จมูก ปาก) และกรอบใบหน้า (หน้าผาก แก้ม คาง) ทั้งสองส่วนมีความสำคัญเท่า ๆ กัน  เมื่อหลาย ๆ คน ให้ความสำคัญกับอย่างใดเพียงอย่างเดียวมากกว่า  จึงทำให้ปรับรูปหน้าออกมาไม่สวยดังที่คาดหวังและที่สำคัญสัดส่วนรูปหน้า ของผู้หญิงและผู้ชายก็แตกต่างกันอีกด้วย การปรับรูปหน้าจึงต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยรวมเข้าด้วยกัน
 

อันดับแรกการปรับรูปหน้าควรต้องมีการออกแบบเสียก่อน ตามทฤษฎี 3:5

ใบหน้าที่สวยงามต้องมีสัดส่วนตามแนวนอน เท่ากัน 3 ส่วนและต้องมีสัดส่วนตามแนวตั้งเท่ากัน 5 ส่วน คนไทยส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องสันจมูก กราม และหน้าผาก  โดยสามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่าง เช่น ปรับลดขนาดกราม ลดไขมันบริเวณแก้ม ปรับองศาคิ้ว ปรับมุมปาก ปรับร่องแก้ม เติมความยาวของคาง เติมสันจมูก ยกกระชับผิวให้ดูเต่งตึงขึ้น เป็นต้น

ทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดสัดส่วนที่สมดุลของรูปหน้า และทำให้คุณดูสวยขึ้นนั่นเอง ซึ่งปัญหาดังกล่าว สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดศัลยกรรม หรือการเสริมซิลิโคนเสมอไป  แต่เป็นการเติมสารฟิลเลอร์ การทำโบท๊อกซ์และการฉีดสลายไขมันสะสมส่วนเกินออกไป
 

ระยะเวลาในการรักษา


การรักษาใช้เวลาเพียง 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา  และอาจต้องมาพบแพทย์ตามกำหนดนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษา
 

ผู้ที่เหมาะจะทำการรักษา


1. เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป

2. ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวพรรณ ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย

3. ผู้ที่มีรูปหน้าไม่สมส่วน
 

ความรู้สึกขณะทำการรักษา


ในขณะที่แพทย์ทำการรักษาคนไข้จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยคล้าย ๆ มดกัด และหลังการรักษาในบางรายอาจมีรอยเข็มเป็นจุดเล็ก ๆ ในบางจุดและจะค่อย ๆ จางหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
 

ข้อแนะนำก่อนรักษา


1. ก่อนการรักษา 24 ชั่วโมง งดการดื่มแอลกอฮอล์

2. ก่อนการฉีดWrinkless1-2 วันให้หยุดใช้ยากลุ่มกรดวิตามินเอ, งดการใช้ AHA และการสครับขัดหน้า

3. ก่อนการฉีด1 สัปดาห์ ให้หยุดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Brufen, Voltaren และยาที่มีผลต่อการหยุดของเลือด เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา พริมโรสออยล์ แปะก๊วย เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ

4. ถ้ามีประวัติโรคเริมบริเวณริมฝีปาก ควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษา

5. หากเคยมีประวัติอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า ควรแจ้งให้แพทย์ทราบโดยละเอียด

6. แจ้งผลการรักษาที่ต้องการให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

7. ตรวจสอบยาที่ใช้ว่าเป็นแบรนด์ที่เชื่อถือได้และผ่านการรับรอง จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) อย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงสารเติมริ้วรอยในกลุ่มซิลิโคนเหลวซึ่งเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มาก หลีกเลี่ยงกลุ่มคอลลาเจนจากสัตว์ซึ่งมีโอกาสแพ้ได้มาก
 

ข้อแนะนำหลังการรักษา


กรณีฉีด Wrinkless

1. หลังฉีด 1-2 ชั่วโมง พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด เช่น ขมวดคิ้วบ่อย ๆ เพื่อให้ยากระจายตัวเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น

2. หลังฉีด 4 ชั่วโมงควรอยู่ในท่านั่งห้ามนอนราบหรือก้มหน้า

3. หลังฉีด 4 ชั่วโมง งดการออกกำลังกายอย่างหนักหรือโยคะ

4. หลังฉีด 24 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเช่น กรดวิตามินเอ AHA วิตามินซี

5. หลังฉีด 1 สัปดาห์ ห้ามอบซาวด์น่า หรือทำให้หน้าโดนความร้อนและหลังฉีดควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

6. หลังฉีด 2 สัปดาห์ ห้ามนวดหน้าหรือทำเลเซอร์บริเวณที่ฉีด

7. สามารถใช้เครื่องสำอางหลังการรักษาแต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกดถูแรง ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด

8. สามารถใช้น้ำแข็งประคบในกรณีที่มีอาการบวมแดงหรือมีรอยช้ำได้

9. อาจมีจ้ำเลือดเป็นจุดเล็ก ๆ ไม่ต้องกังวล อาการนี้เป็นเพียงชั่วคราวและจะหายได้เอง

10. อาจมีอาการตึงหน้า หนักหน้าใน 3-4 วันหลังจากที่ได้รับการฉีด ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวล อาการดังกล่าวจะหายไปใน 1-2 สัปดาห์

กรณีฉีด Filler

1. หากมีการเขียวช้ำจากการฉีด อาจใช้น้ำแข็งประคบ หรือทาครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเค เพื่อลดอาการช้ำ

2. สามารถแต่งหน้าหรือทารองพื้นได้ตามปกติ

3. งดเว้นการทำหัตถการเลเซอร์ คลื่นวิทยุ หรือการใช้ความร้อนต่าง ๆ บนใบหน้า รวมทั้งการนวดหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์

4. อาจคลำเจอก้อนใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก ซึ่งจะหายไปเองใน 2 สัปดาห์ การนวดเบา ๆ บริเวณก้อนจะช่วยแก้ปัญหาได้

5. พบแพทย์ 1 สัปดาห์หลังการรักษาเพื่อประเมินผล
 

ผลลัพธ์จากการรักษา


1. แก้ปัญหาริ้วรอย เช่น รอยรอบดวงตา  รอยขมวดคิ้ว รอยย่นที่หน้าผาก รอยย่นที่จมูก

2. แก้ปัญหาร่องลึก ได้แก่ ร่องใต้ตาลึกและคล้ำ ร่องข้างจมูก ขมับตอบ แก้มตอบ หน้าเป็นร่องเป็นสันไม่ได้รูป

3. แก้ปัญหารูปหน้าไม่สมส่วน ได้แก่ โหนกแก้มสูง โครงหน้ากว้างหรือมีลักษณะเป็นเหลี่ยม กรามใหญ่ จมูกแบน ปีกจมูกไม่ได้รูป 

4. แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ได้แก่ หางคิ้วตก หางตาตก ปัญหาถุงใต้ตา บริเวณแก้มและคางคล้อยห้อย ไม่กระชับ ปัญหาคาง 2 ชั้น
 

การรักษามีอันตรายหรือไม่


1. ผลข้างเคียงจากการฉีด Wrinkless อาจพบได้บ้าง เช่น อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ในบางราย เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือคันบริเวณที่ฉีด

2. ฟิลเลอร์เป็นกรดไฮยาลูโรนิก แอซิด ไม่ใช่คอลลาเจนที่สังเคราะห์ขึ้นมาจากสัตว์ โอกาสที่จะเกิดการแพ้หรือระคายเคืองจึงมีน้อยมาก และไม่เป็นอันตรายหากอยู่ในความดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

3. ไม่มีรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

4. ควรรักษาร่วมกับนวัตกรรมการแพทย์อื่น ๆ โดยคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 

formregister