การทำทรีทเม้นต์หน้าใส หลายๆคนอาจจะคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำ หรือได้ผลไม่ชัดเจนเท่ากับพวกการฉีดหรือการทำเลเซอร์ หรือการรักษาแบบอื่นๆ แต่จริงๆแล้วการทำทรีทเม้นต์นั้นมีข้อดีอยู่หลายอย่างเลยค่ะ นั่นคือการผ่อนคลายกล้ามเนื้อมัดเล็กบนใบหน้าและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และการขับของเสียระหว่างเซลล์ นอกจากนั้นการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองถึงประสิทธิภาพ จะช่วยในการผลักตัวยาหรือสารต่างๆลงสู่ผิวได้ลึกกว่าการทาครีมบนชั้นผิว จึงทำให้เซลล์ผิวได้รับการบำรุงและความชุ่มชื้นมากขึ้น ลดริ้วรอยเล็กๆบนใบหน้าได้ หรือตัวสารบางชนิดที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และชนิดที่ช่วยลดการผลิตเมลานิน ก็จะช่วยให้หน้าใส ไม่หมองคล้ำด้วยค่ะ

 

ส่วนการฉีดเมโสหน้าใส ก็คือการฉีดวิตามินและสารอาหารต่างๆ ลงสู่ชั้นผิวโดยตรง หรือที่เรียกกันว่าชั้น Mesoderm ทำให้เซลล์ผิวได้รับผลจากสารที่ฉีดเข้าได้โดยตรงเช่นกัน ซึ่งผลที่ได้รับก็ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ฉีด เช่น วิตามินซี หรือกรดทรานซามิกที่ช่วยลดฝ้าหรือกระ แต่ปัจจุบันวิวัฒนาการของเมโสหน้าใสมีการผสมรวมสารหลายๆชนิดเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกกันว่าค็อกเทล ทำให้ได้ประโยชน์เพิ่มเติมมากขึ้น 


สรุปแล้วทั้ง 2 วิธีนี้ช่วยให้หน้าใสได้ดีทั้งคู่นะคะ คนไข้หมอบางคนทำคู่กันเลยก็มี แต่ถ้ามีปัญหาอื่นๆที่ต้องการการรักษาเฉพาะ อาจต้องรักษาวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ริ้วรอยร่องลึก อาจต้องใช้การฉีดสารคลายกล้ามเนื้อ (Botulinum Toxin) หรือสารเติมเต็ม

แต่สิ่งสำคัญที่สุด อย่าลืมเลือกรับบริการจากสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้รับการรับรอง รวมทั้งการดูแลสุขภาพร่างกายและผิวพรรณ ได้แก่การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายและทาครีมบำรุงผิวร่วมกับครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (ผักและผลไม้) ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว ก็จะยิ่งทำให้เรามีผิวสวยหน้าใสยาวนานยิ่งขึ้นอีกค่ะ